พ่อแม่มือใหม่ต้องดู! ทำไมถึงอย่าซื้อ Yamaha F310 ให้เด็กประถม! พี่เล็กเผยเหตุผลทำไมต้อง Yamaha JR2 เท่านั้น
บริเวณหน้า Acoustic Wall ชั้น 1 ของร้าน แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านกระจกโค้งหน้าร้านลงมาที่กีตาร์ตัวเล็กขนาดพกพาที่คุณแม่กำลังพิจารณาอยู่ แต่ข้าง ๆ กันนั้น น้องวิน ลูกชายวัย 8 ขวบ กำลังพยายามเขย่งเอื้อมมือไปหยิบกีตาร์ตัวใหญ่ยอดนิยมที่วางเด่นอยู่บนแท่นวาง
(น้องวินพยายามโอบตัวบอดี้ F310 ที่ใหญ่เทอะทะ แขนขวาของเขาต้องโยกขึ้นสูงจนเกือบถึงใบหูเพื่อให้ข้ามขอบกีตาร์ไปดีดสายได้ ส่วนมือซ้ายก็กางนิ้วจนสุดแต่ยังจับคอร์ดไม่ถึงครึ่งคอ น้องวินเริ่มหน้าแดงและขยับตัวยุกยิกด้วยความลำบาก)
นี่คือคำถามที่ผมเจอทุกวันครับ! ใช่ครับ F310 คือกีตาร์ที่ดีที่สุดในโลกตัวหนึ่ง… แต่มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสรีระของเด็กวัย 6-10 ขวบครับ 

ลองจินตนาการว่าเราซื้อรองเท้าวิ่งเบอร์ 42 ให้ลูกใส่ เพราะหวังว่าจะได้ใช้ยาวๆ จนโต… ผลคือลูกวิ่งไม่ได้ เจ็บเท้า และจบด้วยการถอดทิ้ง กีตาร์ก็เหมือนกันครับ!
3 เหตุผลที่ Yamaha JR2 คือคำตอบที่ใช่กว่าสำหรับ “นักดนตรีรุ่นจิ๋ว”:
1. ไซส์ 3/4 ที่ไม่ “เจาะไหล่”: 
F310 มีบอดี้ที่ใหญ่และหนา ทำให้เด็กต้องโยกไหล่ขวาขึ้นสูงเพื่อข้ามตัวกีตาร์ และเอื้อมมือซ้ายจนสุดแขนเพื่อจับคอร์ด ท่าทางแบบนี้ทำให้ “ปวดไหล่และหลัง” ภายใน 10 นาทีครับ แต่ Yamaha JR2 ออกแบบมาให้เด็กโอบได้พอดี นั่งหลังตรงเล่นได้ถูกสรีระ
2. แรงตึงสายที่น้อยกว่า (Easy to Press): 

ด้วยช่วงคอที่สั้นลง (Scale Length) ทำให้สายของ JR2 มีความตึงน้อยกว่ากีตาร์ตัวใหญ่ เด็กจะกดคอร์ดได้ง่ายขึ้น “เจ็บนิ้วน้อยลง” ช่วยลดอุปสรรคด่านแรกที่ทำให้เด็กส่วนใหญ่เลิกเล่นดนตรีไปอย่างน่าเสียดาย
3. ไม่ใช่ของเล่น แต่คือ “เครื่องดนตรีจริง”: 
อย่าหลงไปซื้อกีตาร์ราคาหลักร้อยให้ลูกนะครับ เพราะเสียงจะเพี้ยนจนหูเด็กเสีย แต่ Yamaha JR2 คือการย่อส่วนคุณภาพระดับโลกมาไว้ในมือเด็ก เสียงใสกังวานมาตรฐาน Yamaha เป๊ะ!
ถ้าอยากให้ลูกเล่นสนุกจนไม่อยากวาง และเห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดด เริ่มต้นที่ Yamaha JR2 ครับ เมื่อเขาโตขึ้น ตัวนี้ก็ยังกลายเป็นกีตาร์พกพา (Travel Guitar) ที่เอาไปเล่นริมทะเลหรือแคมป์ปิ้งได้ตลอดชีวิต ไม่มีการซื้อมาทิ้งแน่นอน!
























































